การสานมวย
ในอดีต เมื่อประมาณปี พ.ศ.2400 บริเวณบ้านหนองแสนได้มีผู้คนอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนี้ เนื่องจากว่ามีหนองน้ำที่อุดมสมบูรณ์และพื้นที่เหมาะสมในการเพาะปลูก และมีประชากรบางกลุ่มที่เข้ามาอาศัย เช่น ที่มาจากบ้านหมากแข้งที่มีอาชีพติดตามมาตั้งแต่ถิ่นบ้านเดิม คือ อาชีพการสานมวย ซึ่งเป็นภาชนะอย่างหนึ่งสำหรับใช้นึ่งข้าวเหนียวที่คนไทยอีสานรับประทานกัน ในตอนเเรกสานขึ้นเพื่อใช้ในครัวเรือนภายในหมู่บ้าน
ต่อมาจึงมีผู้เห็นความสำคัญของการจักสานมวยว่าน่าจะเป็นอาชีพเสริมรายได้ให้แก่ครอบครัว จึงมีการทำขึ้นเพื่อนำไปจำหน่ายตามหมู่บ้านต่างๆ ปรากฏว่าจำหน่ายได้ดีชาวบ้านจึงยึดการสานมวยเป็นอาชีพเสริมรองจากการทำไร่ทำนาและนับเป็นรายได้เข้าสู่หมู่บ้านปีละหลายแสนบาท
ระยะต่อมา การสานมวยเริ่มประสบปัญหา เนื่องจากวัตถุดิบ (ไม้ไผ่) ขาดแคลนต้องไปซื้อจากต่างจังหวัด จึงมีบางส่วนต้องอพยพไปทำงานที่อื่น แต่ก็ยังมีผู้สานมวยในตำบลหนองแสนอยู่มากพอสมควร
ตอนแรกสานเพื่อใช้นึ่งข้าวในครัวเรือนเท่านั้นต่อมามีคนจากหมู่บ้านต่างๆในตำบลใกล้เคียงสนใจมากจึงได้เพิ่มจำนวนและขยายเป็นวงกว้างไปเรื่อยๆจนในที่สุดการสานมวยของชาวบ้านหนองแสนจึงกลายเป็นอาชีพหัตถกรรมที่สำคัญ มีชื่อเสียง เพราะมีพ่อค้าจากภาคต่างๆทั่วประเทศมารับซื้อทุกระยะ เพราะมวยจากบ้านหนองแสนมีการสานฝีมือปราณีต สวยงาม ลักษณะพิเศษมีความหนาถึง 3 ชั้น
อุปกรณ์ในการสานมวย
1.ไม้ไผ่ ต้องเป็นไม้ไผ่บ้านอายุแก่ประมาณ 1 ปี ขึ้นไป เพราะถ้าใช้ไม้อ่อนนำมาสานมวยจะทำให้ไม้ไผ่หดตัวมาก จะเปราะมอดชอบกิน ถ้าใช้ไม้แก่จะทำให้มวยมีคุณภาพการใช้งานได้นานแบ่งไม้เป็น 4 ส่วน
การตัดไม้ไม้ไผ่ 1 ลำใช้ประโยชน์ได้ 4 ช่วง
1.1 -ใช้เลื่อยลันดาตัดไม้ไผ่เพื่อจักตอกสานทีละปล้องยาวประมาณ 30 - 35 เซนติเมตร
1.2 - ใช้เลื่อยลันดาตัดไม้เพื่อจักตอกเสียบหรือตอกยั่งที่ละปล้องยาวประมาณ 15 - 20 เซนติเมตร
1.3 -ใช้เลื่อยลันดาตัดไม้ไผ่เพื่อทำขอบมวย ตัดทำขอบบนประมาณ 3 ปล้อง หรือ ประมาณ 100 - 110 เซนติเมตร สำหรับขอบล่างยาวประมาณ เกือบ 2 ปล้อง หรือประมาณ 50 - 60 เซนติเมตร
1.4 – ใช้เลื่อยลันดาตัดไม้ไผ่ปล้องที่ยาวที่สุดสำหรับจักตอกสานชั้นที่สาม
2. มีด ใช้มีดอีโต้ ลับให้คม เพื่อใช้ในการผ่าไม้ไผ่ให้เป็นแผ่นบางๆ เพื่อจักตอกสาน จักตอกเสียบและทำ ขอบมวย
3. หินลับมีด เตรียมมาเพื่อใช้ลับมีดเวลาที่จักตอกส่วนต่างๆเมื่อมีดลดความคมลง จะได้ลับมีดทันที
4. เลื่อย ใช้เลื่อยลันดา เพื่อใช้ตัดไม้เป็นท่อนๆ เพื่อที่จะนำมาจักตอกสาน ตอกเสียบ หรือตอกยั้ง ตอกสานชั้นสามและทำขอบ
5. เชือกในล่อนเส้นใหญ่ จะใช้ในการรัดตัวมวยชั้นที่สองให้แน่นก่อนที่จะเย็บขอบล่างของมวย
6. ด้าย 80 เบอร์ 9 ใช้เย็บขอบล่างและขอบมวยบนของมวย และเย็บก้นมวยโยงเป็นใยแมงมุมเพื่อรองรับฝาแตะ บางครั้งจะใช้เชือกในล่อนเล็กเย็บขอบ แต่ไม่ทนไฟจึงนิยมใช้ด้ายเย็บแทน เดิมใช้หวายแต่ เนื่องจากราคาเเพงและหายากจึงเลิกใช้กัน
7. เข็ม ใช้เข็มขนาดใหญ่ เพื่อใช้เย็บขอบล่างขอบบนของมวยและใช้เย็บก้นมวยเป็นใยเเมงมุม
ขั้นตอนการสานมวย
1. การจักตอกสานชั้นในและชั้นที่สอง
เลือกไม้ส่วนที่เหลือจากการทำตอกเสียบหรือไม้ตรงกลางยาวประมาณ 30 - 35 เซนติเมตร นำมาผ่าออกเป็นซีกกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ปล้องหนึ่งผ่าเป็นซีกแล้วจะได้ประมาณ 15 -18 ซีก แล้วเหลาปลายข้างหนึ่งให้มีความเรียวประมาณ 1 เซนติเมตร (ภาษาถิ่นเรียกว่า การส่วยไม้) แล้วใช้มีดอีโต้ที่คมจักตอกโดยผ่าเป็นผ่าเปิ้น ให้เป็นเส้นบางๆไม้ไผ่ซีกหนึ่งจะได้ตอกประมาณ 20 - 25 เส้น ตอกที่ได้เรียกว่า ตอกสาน เมื่อจักตอกเสร็จจะนำตอกไปผึ่งแดดเพื่อให้ตอกอยู่ตัว
2. การจักตอกเสียบหรือตอกยั้ง
นำไม้ไผ่ที่ตัดไว้ซึ่งเป็นไม้ไผ่จากโคนต้นมาผ่าเป็นซีก กว้างประมาณ ยาวประมาณ 25 - 30 เซนติเมตร แล้วเหลาปลายข้างหนึ่งให้เรียวประมาณ 0.5 เซนติเมตร (ทำเหมือนการส่วยไม้ ทำตอกสานแต่จะเล็กกว่า) แล้วจักให้บางตามลายเปิ้นเรียกว่าตอกเสียบตอกยั้ง เมื่อจักตอกเสร็จแล้วก็นำตอกไปผึ่งแดดเพื่อให้ตอกอยู่ตัว
3. การจักตอกสานชั้นสามตัดไม้ไผ่ส่วนต่อจากตอกสานและใช้ปล้องที่ยาวที่สุดตัดส่วนข้อออกและผ่าเป็นซีกหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร และจักตอกตะเเคงทำเป็นเส้นบางๆ เล็กๆ จะนำมาสานกับตอกเสียบหลังจากจักตอกเสร็จแล้วให้นำไปผึ่งแดด
4. ไม้ทำขอบ นำไม้ไผ่ส่วนปลายที่ตักเป็นท่อนๆ ท่อนละประมาณ 3 ปล้อง หรือประมาณ 100 - 110 เซนติเมตร สำหรับทำขอบบนยาวประมาณ 50 เซนติเมตร สำหรับขอบล่าง นำมาผ่าเป็นซีก กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร นำมาเหลาให้เรียบแล้วผ่าจักออก เป็นสองข้างเหลาให้บางกว่าส่วนอื่นเผือเวลานำมาประกอบเป็นวงกลมจะทำให้ไม่หนากว่าส่วนอื่น
5. การจักตอกสานฝาแตะนำไม่ไผ่ที่ตัดไว้แล้วยาวประมาณ 20 - 25 เซนติเมตร นำมาผ่าเป็นเปิ้น ซีกหนายาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร จักตะแคงเป็นเส้นเล็กๆเหมือนกับจักตอกสานชั้นที่สาม หรือจะใช้ตอกสานชั้นที่สามมาสานเลยก็ได้เพราะวิธีการจักเเบบเดียวกัน
6. การสานมวยชั้นในและชั้นที่สองนำตอกสานที่เตรียมไว้แล้วมาสานเป็นลายสองเวียน ในการสานจะเริ่มที่ขอบล่างก่อน (ก้นมวย) และสานเวียนไปเรื่อยๆ ชั้นที่หนึ่งจะใช้ตอกประมาณ 45 คู่ แล้วนำมาประกอบกันเป็นวงกลม ซึ่งเป็นรูปร่างก้นมวย เมื่อประกบเรียบร้อยแล้วก็สานต่อด้วยลายสองเหมือนเดิมจนเสร็จเป็นตัวมวย ขั้นตอนนี้จะสานสองครั้ง เมื่อเสร็จเเล้วให้นำมวยมาซ้อนกันจะเป็นมวยชั้นที่สองแล้วใช้เชือกในล่อนมารัดส่วนบนและส่วนล่างให้แน่น เพื่อให้ได้รูปทรงของมวย ตามที่ต้องการ หลังจากทำขั้นตอนนี้เสร็จเเล้วให้นำมวยไปผึ่งเเดด ประมาณ 2 แดด (2วัน)
7. การเข้าขอบล่าง (ก้นมวย)ก่อนที่จะเข้าขอบล่างให้ใช้เชือกในล่อน รัดขอบบนให้แน่นก่อนแล้วใส่ขอบบนไว้แต่ยังไม่เย็บให้โค้งขอบเป็นวงกลมไว้เฉยๆ แล้วใช้เชือกรัดมาที่ขอบล่างให้แน่นแล้วเข้าขอบล่าง วิธีการเข้าขอบล่าง คือการนำไม้ที่เตรียมไว้แล้วมาใส่โดยการแยกไม้ที่ผ่าไว้มาวางทาบที่ขอบด้านนอกก่อนโดยใช้ติวไม้ และทำให้เป็นวงกลมไปตามขอบมวย ส่วนไม้ที่เหลือให้วงทาบที่ขอบมวยด้านในแล้วใช้ด้ายเย็บให้แน่น ห่างกันประมาณ 1.5 เซนติเมตร เย็บให้รอบขอบล่าง
8. การสานมวยชั้นที่สามนำตอกเสียบหรือตอกยั้งที่เตรียมไว้มาเสียบให้รอบมวยชั้นที่สองให้ห่างจากขอบล่างประมาณ 10 - 12 เซนติเมตร แล้วนำตอกสานเส้นเล็กที่เตรียมไว้มาสานกับตอกเสียบหรือตอกยั้ง ลายที่สานเรียกว่า ลายกระทุนเวียน ซ้าย - ขวา (หรือลายขัด , ลายหนึ่ง)
ในการสานชั้นที่สามนี้ จะเริ่มสานจากขอบล่างประมาณ 10 - 12 เซนติเมตร สานตอกเริ่มทีละเส้นถ้าเส้นที่ หนึ่ง หมดให้เริ่มสานเส้นที่สอง โดยสานกลับไปเส้นละด้านถ้าไม่ถึงขอบปากให้ต่ออีกเส้น สานไปจนถึงขอบปากมวยจึงถือว่าทำเสร็จขั้นตอนนี้
9. การเข้าขอบบน (ปากมวย)เมื่อสานมวยชั้นที่สามเสร็จแล้วนำมวยมาตัดขอบปากมวยให้เสมอกันหลังจากนั้นใช้ขอบมวยที่สานไว้แล้วมาวางทาบที่ขอบบนจะทำแบบเดียวกันกับวิธีเข้าขอบล่าง (ก้นมวย) เสร็จแล้วเย็บขอบบนให้ห่างกันประมาณ 1.5 เซนติเมตรจนรอบขอบบน
10. การเย็บก้นหวดสำหรับรองฝาแตะใช้วิธีการเย็บแบบโยงไปมาตรงข้ามกันหรือเรียกว่าเย็บแบบโยงใยแมงมุม เมื่อทำตามขั้นตอนทั้งหมดแล้วก็จะได้มวยที่สมบูรณ์แบบประโยชน์ของมวย
11. การสานฝาแตะ (ที่รองข้าวเหนียวเวลานึ่ง)
นำตอกที่เตรียมไว้มาสานด้วยลายสองให้ได้แผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวประมาณ 18 - 20 เซนติเมตร ใช้ภาชนะกลมๆเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 - 16 เซนติเมตร มาวางทาบลง แล้วใช้สีลาดตามขอบภาชนะแล้วนำมาตัดตามรอยเป็นรูปวงกลมใช้ผ้ายืดสีขาวที่ตัดเป็นผ้าเฉลียงนำมาต่อกันยาวๆมาหุ้มตามริมฝาแตะที่ตัดเป็นวงกลม เย็บให้ติดกัน จนรอบถ้าไม่เย็บมือจะใช้จักรเย็บก็ได้
ผลผลิตจากการสานมวย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างจากการออกแบบและปรับปรุงขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งานและความต้องการของตลาด ดังนี้
1. เป็นภาชนะใช้นึ่ง หรือประกอบอาหารให้สุกด้วยไอน้ำ เช่น นึ่งข้าว นึ่งปลา นึ่งไก่ นึ่งเห็ด นึ่งหอย นึ่งขนม
2. เป็นภาชนะใช้ตุ๋น เช่น ตุ๋นไข่ ตุ๋นเนื้อ ตุ๋นเป็ด ตุ๋นไก่
3. เป็นเครื่องประดับตกแต่งห้อง อาคาร ทั้งภายในและภายนอก เช่น แจกัน โมบาย กระถางต้นไม้ กระถางดอกไม้
4. ใช้ในงานเกษตร โดยนำมวยที่ใช้แล้วเป็นภาชนะใส่ดินสำหรับปลุกไม้ประดับ และพืชผักสวนครัว
5. ใช้เป็นถังขยะ (ขยะแห้ง)6. ใช้เป็นของชำรวย ของที่ระลึก เช่น มวยเล็ก กล่องกระดาษ จี้ประดับ กล่องน่ารัก โคมไฟ
7. ใช้ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนโดยให้นักเรียนออกแบบ ปรับปรุง และพัฒนา การสานมวยให้ดียิ่งขึ้น
8. ส่งผลให้นักเรียนเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาชาวบ้านและทรัพยากรที่หาง่าย ราคาถูก ซึ่งมี อยู่ทั่วไปในท้องถิ่น
ราคาขาย
1. ที่แหล่งผลิต โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ชนิดอย่างดีตอกละเอียด ราคาใบละ 30 บาท ชนิดธรรมดา ตอกหยาบ ราคาใบละ 19 บาท
2. จากแหล่งผลิตไปถึงผู้ซื้อ โดยผ่านพ่อค้าคนกลาง ชนิดอย่างดี ประมาณใบละ 50 บาทขึ้นไป ชนิดธรรมดา ประมาณใบละ 35 - 40 บาทขึ้นไป
ศัพท์เกี่ยวกับการสานมวย
มวย หมายถึง เครื่องจักสานที่ทำจากไม้ไผ่ มีรูปร่างลักษณะทรงกระบอก ส่วนล่างจะแคบ สำหรับสวมลงหม้อซึ่งบางท้องถิ่นอาจเรียกว่า "หวด" แต่ความจริงแล้วหวดจะมีรูปร่างแตกต่างจาก มวย คือ
จะเหมือนรูปกรวย แต่ส่วนล่างจะปิดไม่เป็นรูปทรงกระบอก เหมือนมวย การใช้ประโยชน์ในการนึ่ง มวยจะใช้ปริมาณได้มากกว่าและแข็งแรงทนทานกว่า เพราะมีความหนาจากการสานถึง 3 ชั้น
ไม้ไผ่บ้าน หมายถึง ไม้ไผ่สีสุกลำต้นมีขนาดใหญ่และตรง เป็นไม้ไผ่ที่เรานำมาใช้ใน การสานมวย
ตัด หมายถึง การใช้มีดหรือเลื่อยแบ่งไม้ไผ่ออกเป็นท่อนๆ ตามลายขวาง
ผ่า หมายถึง การใช้มีดที่มีความคมกดลงบนหน้าตัดไม้ไผ่จากด้านโคนไปหาปลาย
จัก หมายถึง การใช้คมมีดแบ่งส่วนไม้ไผ่ออกเป็นเส้นบางๆ
เหลา หมายถึง การนำเส้นตอกที่จักแล้วมาเหลาให้ละเอียด
ตอก หมายถึง ไม้เส้นบางๆ ที่ได้จากการจัก
ตอกยั้ง หมายถึง ตอกที่วางในแนวดิ่งเมื่อทำการสาน
ตอกปื้น หมายถึง ตอกที่ถูกจักทางแบนขนานไปกับหลังติวไม้
ส่วย หมายถึง การเหลาตอกให้มีความกว้างเล็กลงเรื่อยๆ
มีดอีโต้ หมายถึง มีดที่มีขนาดใหญ่ ใช้สำหรับตักไม้ หรือเจียนไม้ การผ่าการจัก และเหลาตอก
มีดตอก หมายถึง มีดที่มีลักษณะเป็นรูปเรียวปลายแหลม ด้ามมีลักษณะกลมยาว ประมาณ 14 นิ้ว งอไปตามข้อศอก ใช้สำหรับคว้านท่อนไม้ไผ่ที่ผ่าแล้วหรือใช้สำหรับการเหลาตอกนั่นเอง
หินลับมีด หมายถึง หินที่ใช้สำหรับลับมีดให้มีความคม เมื่อเวลาตัด ผ่า จัก และ เหลาตอกจะได้ไม่ต้องออกแรงมากเกินไป
เชือก หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับจัดตัวมวยหลังจากไป่ตอกเสร็จเรียบร้อยแล้วเพื่อให้เส้นตอกมีความกระชับแน่น
ผ้าด้ายดิบ หมายถึง ผ้าที่ใช้สำหรับตัดทำขอบฝาแตะแล้วเย็บด้วยด้ายเย็บ เพื่อกันตอกของฝาแตะหลุดหรือดีดตัวออกมา
ด้ายเส้นเล็ก หมายถึง ด้ายดิบที่ทนความร้อนของไอน้ำ และจะไม่หด ใช้สำหรับเย็บขอบมวยฝาแตะไม่ให้หลุดออก
เข็มเย็บ หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้เย็บขอบมวยทั้งขอบบนและล่างและฝาขัดแตะ
ผ้าพันนิ้วมือ หมายถึง เศษผ้าหนาๆความยาวประมาณ 4 - 6 นิ้ว ใช้สำหรับพันนิ้วมือเวลาจัก ตอก และเหลาตอก เพื่อป้องกันอันตรายจากมีดและคมไม้ไผ่
การสานลาย หมายถึง การสานประกบทั้งสองด้านเข้าหากัน โดยให้สานตอกที่เหลือ
กระทุนเกียวน หมายถึง ข้างละ 4 เส้น ติดกันต่อเนื่องจากลายสองเวียนที่สานมาแล้วให้ถูกต้อง
ตอกยืน หมายถึง ตอกยั้ง ไป่ตอก หมายถึง การสานตอกเส้นบนตอกเส้นล่างทับกัน
ขอคำติชมด้วยครับ
ตอบลบ